ผัก/ผลไม้ต้านโรค

red fruit

แอ๊ปเปิ้ล องุ่นแดง มะเขือเทศ ถั่วลันเตา และผลไม้พวกเบอร์รี่

ผักผลไม้กลุ่มนี้มี ไฟโตเคมิคัล ชื่อ เควอร์เซทิน ที่มีฤทธิ์สกัดกั้นการเติบโตของแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร…”

mango

มะม่วง

ใช้มะม่วงสุก ปอกเปลือก ฝานเนื้อออกเป็นแผ่น ๆ วางบนตะแกรงผึ่งแดด ใช้ผ้าขาวบางคลุมป้องกันแมลงวัน ผึ่งจนแห้ง นำมาใส่ชาม เทนมสดลงไปให้ท่วมเนื้อมะม่วง ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง นำมาคนให้คนป่วยดื่ม จัดว่าเป็นยาบำรุงกำลังอย่างดี

ใช้เนื้อมะม่วงสุกดองกับน้ำมันพืช โรยผงมัสตาร์ด 1/2 ช้อนชา ทิ้งไว้ 1 คืน รับประทานกับอาหาร ใช้เป็นยาระบายได้เป็นอย่างดี

ใช้มะม่วงพันธุ์ที่มีรสปรี้ยวจัด เก็บจากต้นใหม่ ๆ เป็นมะม่วงดิบ นำมาต้มทั้งผลจนเหลวเละ ตักเปลือกและเมล็ดออก คนให้ข้นเหมือนน้ำซุป ดื่มแก้โรคประสาท แก้เบื่ออาหาร แก้อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยขึ้น

strawberry

สตรอเบอรี่

- นำใบสตรอเบอรี่สดมาแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน แล้วนำมาอมบ้วนปาก จะใช้เป็นยาแก้กลิ่นปากได้อย่างดี ทำให้ลมหายใจสดชื่น ใช้กลั้วคอ แก้อาการเจ็บคอ ทำให้เหงือกแข็งแรง แก้โรคปากเป็นแผลได้

- ใบและรากสตรอเบอรี่ตากจนแห้ง ใช้ชงกับน้ำเดือด ดื่มแทนน้ำชา ใช้ใบ และรากสตรอเบอรี่ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเดือด 1 กาขนาดกลาง สำหรับสตรที่มีประจำเดือนไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ จะหายเป็นปกติ

- ใช้เหล้าไวน์ 1 ถ้วยตวง ใส่รากและใบสตรอเบอรี่ที่ตากแห้ง 1/2 ถ้วยตวง ต้มให้เดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำ ให้คนที่เป็นโรคตับอักเสบ โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคท้องร่วง โรคทางเดินปัสสาวะ ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อ อาการป่วยจะทุเลาลงได้

- รับประทานสตรอเบอรี่สด มีคุณประโยชน์สำหรับผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ คนป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ โรคเหน็บชา หรือโรคปวดตามข้อ โรคเกาต์ และโรคความดันโลหิต

- ใช้ใบสตรอเบอรี่ซ้อนกันหลาย ๆ ใบ นำมาประคบแก้รอยช้ำบวมบนร่างกาย

- นำใบสตรอเบอรี่ และรากที่ตากแห้งแล้ว มาใส่โถปั่น ปั่นจนเป็นผงใช้แทนยาสีฟัน ทำให้ฟันขาวเป็นเงางาม

watermelon

แตงโม

- น้ำแตงโม ดื่มในขณะที่เป็นไข้ตัวร้อน จะช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ เม็ดแตงโมกินแก้โรคตับ เป็นยาถ่ายพยาธิ

- น้ำแตงโมผสมน้ำตาลทรายเล็กน้อย เติมน้ำกุหลาบ ดื่มเพื่อลดไข้ได้

- ถ้ามีอาการปวดกระเพาะปัสสาวะ ให้กินเมล็ดแตงโมมาก ๆ จะช่วยบรรเทาได้

- สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน รับประทานแตงโมได้ตามสบาย เพราะแตงโมมีแคลอรี่ต่ำ มีธาตุโปแตสเซี่ยม และมีแร่ธาตุอื่น ๆ รวมทั้งวิตามินที่มีคุณประโยชน์ รับประทานได้ ไม่จำกัดจำนวน

- น้ำคั้นจากแตงหอม หรือที่เรียกว่าแคนตาลูป ผสมน้ำกลิ่นกุหลาบ เจือน้ำตาลเล็กน้อย ใช้แทนยาลดไข้ได้

- เมล็ดแตงหอม นำมาแช่น้ำเกลือ แล้วตากแห้ง แกะเปลือกออก รับประทานเนื้อ แก้โรคตับ ปัสสาวะไม่ออก แก้โรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ

thai melon

แตงไทย

แตงไทย แก้ตับอักเสบเรื้อรัง ทั้งชนิดที่มีอาการดีซ่าน และไม่ดีซ่าน โดยนำก้านขั้วมาอบในเตาอบให้แห้งสนิท บดให้ละเอียด ใส่เข้าไปในจมูกทั้งสองข้าง แล้วสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ

เมล็ดแตงไทยบดแก้ลำไส้หรือ ปอดอักเสบ มีฝีหนองข้างใน และถ้าผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนจะแก้อาการปากเหม็น ถ้าเมล็ดแตงไทยบดแล้วดองสุรา จะแก้ปวดเอว ปวดขา

banana

กล้วย

กล้วยเป็นพืชล้มลุกที่ปลูกได้ง่ายดาย ส่วนต่างๆของกล้วยไม่ว่าผล ดอก ใบ จนถึงลำต้น ล้วนสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น สำหรับยาพื้นบ้านที่ทำจากกล้วยก็ใช้รักษาได้หลายโรค อย่างเช่น

ผลกล้วยดิบๆ นั้นมีสรรพคุณรักษาอาการท้องเสีย อาหารไม่ย่อย หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

ผลกล้วยสุก เมื่อนำมาปิ้งโดยไม่ให้เปลือกไหม้ แล้วรับประทานทั้งเปลือก ก็ยังช่วยแก้ไขอาการท้องผูก หรือริดสีดวงทวารได้

pineapple

สับปะรด

- ล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้เนื้อสับปะรดสุกสับละเอียด ใช้พอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดความมันบนฝบหน้า ทำให้ผิวหน้าสดใส

- น้ำสับปะรด 2 ช้อนโต๊ะ ผสมไข่แดงดิบ 1 ฟอง น้ำส้มสายชู 1/4 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ใช้แช่เล็บ 30 นาที หนังบริเวณรอบ ๆ เล็บจะอ่อนตัว ทำให้ตัดแต่งหนังรอบเล็บได้ง่าย

- สารเอนไซม์ในสับปะรด ช่วยขจัดกลิ่นอาหารคาวที่ติดปากให้หมดไป ควรรับประทานสับปะรดเป็นผลไม้หลังรับประทานอาหารแล้ว

- สับปะรด ช่วยระบบย่อยอาหาร ป้องกันท้องผูกได้

- ใช้เนื้อสับปะรด เป็นยากำจัดหูดได้ โดยตัดเนื้อสับปะรดแปะลงบนหูด ปิดทับด้วยพลาสเตอร์ ทิ้งไว้จนเนื้อสับปะรดเละจึงเปลี่ยนใหม่ ทำเช่นนี้บ่อย ๆ หูดจะอ่อนตัวและหลุดหายไปเอง

สับปะรด

มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารจำพวกเนื้อ เสริมการดูดซึมอาหารดับร้อนแก้กระหาย

ถ้ารับประทานสับปะรดเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคหลอดลมอักเสบ ความดันโลหิตสูง ไตอักเสบ

tubtim

ทับทิม

ทับทิม นำน้ำที่คั้นจากผลทับทิม ทาผิว ช่วยให้สดชื่น ขจัดความมันบนใบหน้า เมื่อทาแล้วต้องรีบล้างหน้าให้สะอาดโดยเร็ว ถ้าทิ้งไว้นานจะทำให้ผิวคล้ำ

katoong

กระท้อน

กระท้อนเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมฝาด ซึ่งนอกจากจะรับประทานสดๆ หรือทำเป็นกระท้อนลอยแก้วแล้ว กระท้อนก็ยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้อีกหลายอย่าง ผลของกระท้อนนั้น ถ้าเป็นลูกเล็ก มักจะมีรสฝาดเปรี้ยว ส่วนผลกระท้อนลูกใหญ่ก็มักจะมีเนื้อปุยขาวเหมือนปุยเมฆและมีรสหวานซ่านเปรี้ยว ส่วน

สรรพคุณทางยาของกระท้อนก็คือ เป็นยาช่วยระบายถ่ายท้องได้

mayum

มะยม

มะยม (Star gooseberry) เป็นผลไม้พื้นบ้านที่ให้รสเปรี้ยวอมฝาด ในผลมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และวิตามินซีสูง

ผล จึงมีฤทธ์ในการช่วยสมานแผลและใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการหลอดลมอักเสบ

ในยอดอ่อนมีฟอสฟอรัส ช่วยในการขับเหงื่อ และกระตุ้นการเจริญอาหาร

รากของมะยม มีสารแทนนินอยู่ค่อนข้างสูง ใช้แก้ไข้ แก้อาการหอบหืดและปวดศีรษะ

รากมะยม ใช้รากมะยมประมาณ1กิโลกรัมต้มกับน้ำ 10 ลิตรให้เดือดทิ้งไว้ให้อุ่น นำมาอาบ หรือใช้รากมะยมฝนกับน้ำซาวข้าวทาวันละ 2-3 ครั้งอาการคันจะดีขึ้น

แก่นมะยม นำแก่นมะยมมาฝานให้ได้ขนาดชิ้นเท่าฝ่ามือ 3 ชิ้น ต้มกับน้ำ 1 แก้ว นาน 5 นาที ดื่มให้หมด 1 แก้ว กินติดต่อกัน 1อาทิตย์จะช่วยให้เลิกบุหรี่ได้

ใบ นำใบแก่พร้อมก้าน1กำมือ ไปต้มพร้อมน้ำตาลกรวดให้เดือดนาน 5-10 นาทีแล้วดื่ม จะช่วยลดอาการปวดศีรษะเนื่องจากความดันโลหิตสูงได้

ข้อควรระวัง รากของมะยมมีพิษ ใช้เป็นยาเบื่อสัตว์ใหญ่ โดยใช้ผสมกับอาหาร ถ้ากินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการเมาและอาเจียนได้

medboor

เม็ดบัว

เม็ดบัว มีสรรพคุณ บำรุงประสาท บำรุงไต รักษาอาการท้องร่วง บิดเรื้อรัง

สตรีประจำเดือนมามาก น้ำกามออกไม่รู้ตัว

ต้นอ่อนในเม็ดบัว ช่วยลดความดันโลหิต

ช่วยเพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจ แก้กระหายอาเจียนเป็นเลือด

รากบัวมีสรรพคุณห้ามเลือด ปรับประจำเดือนให้ปกติ รักษาเลือดกำเดาออก

ใบบัว ดอกบัว และฝักบัว มีฤทธิ์แก้อาการ ท้องร่วง

corn

ข้าวโพด

ข้าวโพดที่มีถิ่นกำเนิดมาจากอเมริกา แต่ปัจจุบันนี้เขตเมืองร้อนก็นิยมปลูกกัน

สรรพคุณทางยาของข้าวโพดนั้นมีหลายอย่าง ตั้งแต่

เมล็ดข้าวโพด ที่ช่วยบำรุงปอด หัวใจ กระเพาะอาหาร และช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร

ซังข้าวโพดก็ช่วยแก้อาการท้องร่วง และโรคบิดได้ด้วย

kashine

กระชาย

กระชายเป็นพืชสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนแฝงขม ช่วยดับกลิ่นคาวในอาหารและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากเพราะเป็นแหล่งรวมธาตุต่างๆเช่นเกลือแร่ แป้ง ไขมัน แคลเซียม

เหง้าของกระชายมีน้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ช่วยขับลม มีสรรพคุณในการแก้ปวดมวนท้อง แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด และนอกจากนี้ก็ยังเป็นยาบำรุงกำลังอีกด้วย

tamloung

ตำลึง

ตำลึงเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกได้ง่ายมาก และก็ยังเป็นพืชที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น แคลเซียม วิตามินเอ คาร์โบไฮเดรต คุณสมบัติพิเศษของตำลึงอีกอย่างหนึ่งก็คือ สามารถรักษาอาการแพ้จากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ โดยนำ

ใบตำลึงสดๆมาล้างให้สะอาด นำมาตำให้ละเอียดเติมน้ำนิดหน่อย แล้วคั้นน้ำมาทาผิวที่แพ้เป็นผื่นคัน อาการคันนั้นก็จะหายได้

kaungtung

กวางตุ้ง

ผักกวางตุ้งเป็นผักที่เรามักรับประทานกับเกี้ยวหรือก๋วยเตี๋ยว ผักกวางตุ้งปลูกง่าย และมีแร่ธาตุสำคัญหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี วิตามินเอ หรือแคลเซียม

กวางตุ้งจึงช่วยย่อยอาหารให้สบายท้อง นอกจากนี้ก็ยังเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงไม่เปราะง่าย และยังช่วยร่างกายผลิตเซลล์ใหม่ๆอีกด้วย

kajon

ขจร

ขจรนั้น แต่เดิมเราเรียกกันว่าสลิด ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนชื่อก็อาจเป็นเพราะว่าดอกขจรมีกลิ่นหอมละมุนละไมขจรไกลมากก็เป็นได้ ขจรเป็นไม้ที่เติบโตง่าย เลี้ยงไว้ดี เพราะนอกจากดอกขจรจะนำมากินเป็นอาหารได้แล้ว

รากขจรก็ยังเป็นยาได้อีกด้วย เมื่อคนถูกพิษรับประทานเข้าไป จะอาเจียนออกมา เป็นการถอนพิษ และนอกจากนี้ก็ยังมี

สรรพคุณกระตุ้นช่วยทำให้เจริญอาหารอีกด้วย

keylak

ขี้เหล็ก

ขี้เหล็กเป็นพืชที่มีรสขม แต่ก็เต็มไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่ามากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแคลเซียม สำหรับใบและ

ดอกขี้เหล็กมีสารอัลคาลอยด์อยู่ ซึ่งสารตัวนี้มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางนั้น จะช่วยรักษาอาการตาค้าง อาการนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้

ดอก/ใบ ขี้เหล็ก ก็ยังเป็นยาระบาย ช่วยรักษาอาการท้องผูกได้อีกด้วย

ginger

ขิง

ขิงประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินหลายชนิดรวมถึงน้ำมันหอมระเหย

เหง้าขิง มีฤทธิ์ทำให้ร่างกายอบอุ่น บำรุงกระเพาะ แก้คลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ขิงแก่จะมีรสชาดเผ็ดร้อนมากกว่าขิงอ่อน ส่วน

ขิงสดนั้น เมื่อบดแล้วคั้นเอาแต่น้ำ

จะช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูกน้ำมูกไหล อาการเจ็บคอและเสมหะก็จะหายไปได้ด้วย

care

แค

แคเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่งที่ปลูกได้ง่ายในดินทุกชนิดเลย ส่วนประกอบของแคที่เราคุ้นเคยที่สุดเห็นจะเป็นดอกนั่นเอง เรานิยมนำดอกแคมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงส้มดอกแค เป็นต้น และนอกจากดอกแคจะสามารถนำมาต้มหรือปรุงอาหารได้แล้ว

ดอกแคก็ยังมีสรรพคุณช่วยแก้ไข้หัวลม แก้อาการหนาวๆร้อนๆจากอากาศเปลี่ยนได้ดีอีกด้วย

tourpool

ถั่วพู

ถั่วพูนั้นเป็นพืชล้มลุก และเป็นพืชที่มีสารอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินซี และ วิตามินอี ถั่วพูฝักอ่อนๆ สีเขียวสดเมื่อนำมารับประทานกับน้ำพริกแล้วก็จะกรอบหวาน รสชาดอร่อยมาก ตำรายาชูกำลังสมัยโบราณบอกไว้ว่า

ถั่วพูนั้น ถือเป็นพืชผักที่มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง และบำรุงสุขภาพได้เป็นอย่างดี

prakkeynoo

พริกขี้หนู

พริกขี้หนูถือเป็นพืชที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน พริกขี้หนูไม่ได้เพียงช่วยชูรสอาหารให้เผ็ดร้อนเท่านั้น พริกขี้หนูยังมีสรรพคุณทางยาไม่แพ้พืชผักอื่นๆเหมือนกัน

เม็ดพริกช่วยแก้ คลื่นไส้ อาเจียน แก้โรคบิด สามารถทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเลือดไหลเวียนได้ดี นอกจากนี้คนที่เป็นโรคบิด ถ้านำพริกขี้หนูสดสักเม็ดมาเคี้ยวเพียงเท่านี้อาการก็จะทุเลาลงได้

greenmelon

ฟักเขียว

ฟักเขียวเป็นพืชที่มีความเย็น จึงมี

สรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนใน เจ็บคอ ตาแฉะ และท้องผูกได้ดี นอกจากนี้ก็ยังช่วยให้ขับถ่ายได้ง่าย ระบายปัสสาวะ และดับอาการกระหายได้อีกด้วย สำหรับใครที่นำ

ฟักเขียวมาปรุงอาหารรับประทานอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส มีน้ำมีนวล และที่สำคัญก็คือ ฟักเขียวเป็นอาหารที่ไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นเลย

black bean

ถั่วดำ

ถั่วดำนั้น คนทั่วไปมักจะนำมาปรุงเป็นอาหารหวานมากกว่าอาหารคาว แต่ไม่ว่าจะปรุงเป็นอะไรนั้น ถั่วดำก็มีแร่ธาตุอาหารสำคัญหลายอย่าง ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย

ในทางบำรุงเลือด ขับสารพิษ ขับปัสสาวะ ทำให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก และนอกจากนี้

คุณสมบัติที่โดดเด่นของถั่วดำก็คือ ช่วยบำรุงผมให้ดกดำ แข็งแรง และไม่หลุดร่วงง่าย

holy basil

กระเพรา

กระเพราเป็นพืชผักสวนครัวที่ปลูกได้ง่ายมาก ซึ่งส่วนที่นำมาปรุงอาหารได้ก็คือ “ใบ” นั่นเอง ใบกระเพรานั้นทำให้อาหารมีสีและกลิ่นน่ารับประทาน อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสร้อนแรงขึ้น นอกจากนี้ตัวยาที่อยู่ใน

ใบกระเพรานั้น เป็นน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีฤทธิ์ช่วยขับลม จึงแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้อาการปวดท้องแน่น จุกเสียด อาการคลื่นไส้วิงเวียนได้ดี

sadown

สะเดา

สะเดาเป็นพืชที่มีรสขมเป็นอย่างมาก หลายๆคนคุ้นเคยกับใบและดอกของสะเดาเป็นอย่างดี เพราะนิยมนำมาปรุงอาหารกัน สะเดา เหมาะกับคำกล่าวที่ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยามาก เพราะเป็นพืชที่มี

สรรพคุณ รักษาได้หลายโรคเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นยาช่วยเจริญอาหาร ยาระบายถ่ายพยาธิ ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน หรือยารักษาไข้ตัวร้อน

ยอดอ่อน ดอกอ่อน นำมาลวกน้ำเดือด เป็นผักจิ้มน้ำพริกเผา น้ำปลาหวาน แกล้มกุ้งเผา ปลาดุกปลาช่อนย่าง แม้จะมีรสขมเล็กน้อย ยอดและดอกสะเดาเป็นยาช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับน้ำย่อย ราก ใช้แก้ไข้ ใช้บำรุงไฟธาตุ


garid

กระเทียม

กระเทียมเป็นพืชผักที่มีกลิ่นฉุนเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นผักมีประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยทำให้รสชาดของอาหารดีขึ้น ดังจะเห็นได้จากอาหารที่เรารับประทานหลายอย่าง มักจะมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบ

นอกจากนี้

กระเทียมยังมีผลดีต่อสุขภาพด้วยคือ ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งถ้าใครที่รับประทานกระเทียมบ่อยๆ แล้วล่ะก็ จะช่วยไม่ให้เส้นเลือดอุดตันได้

กระเทียม 1 กลีบ บดละเอียด ใส่ถ้วยชา บีบมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่บด 1 ช้อนชา ใส่น้ำร้อน 1 ถ้วยชา ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที กรองด้วยผ้าขาวบาง เติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จิบครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง อาการเป็นหวัด และเจ็บคอจะหายไป

  • เด็กท้องร่วง : ใช้กระเทียม 2 หัวไม่ต้องปอกเปลือกนำไปเผาไฟจนเปลือกเกรียมดำและเนื้อข้างนอ่อนสุก ทานแล้วไม่มีรสเผ็ดถือว่าใช้ได้ ทานตอนกระเทียมยังร้อนๆ อยู่ สักครั้งสองครั้งก็หาย สูตรนี้นำไปใช้กับผู้ใหญ่ได้ด้วย
  • เด็กไอกรน : เอากระเทียมหั่นเป็นแผ่นบางๆ แช่ในน้ำเชื่อมข้นๆ ไว้ 24 ชม.แล้วทาน หรือเอากระเทียมสด 1 หัวสับให้ละเอียด เติมน้ำลงไปประมาณ 180 ซีซี แช่น้ำไว้ 10 ชม.เติมน้ำตาลขาว หรืออีกสูตรคือ เอากระเทียม 1 หัวปอกเปลือกออก ใส่น้ำเดือดลงไป 1 แก้ว ทิ้งให้เย็นแล้วต้มไฟอ่อนๆ 1 ชั่วโมง เติมน้ำผึ้งรับประทาน
  • แผลเป็นหนอง : กระเทียมสดสับละเอียด 1 ส่วนแล้วเติมน้ำสุกที่เย็นแล้วอีก 3-4 ส่วน ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชม. จึงเอาน้ำที่ได้ล้างแผลล้างหนองออก จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • แก้อาการปวดฟัน : เอากระเทียมมาตำจนแหลกดี เมื่อปวดฟันให้เอาเศษอาหารและของสกปรกในรูผุของฟันออกให้สะอาด แล้วเอากระเทียมที่ตำแหลกแล้วใส่เข้าไปแทน
  • ขี้กลากที่หัว : กระเทียมสดตำให้แหลกแล้วเติมน้ำมันงาหรือน้ำมันหมูทาบริเวณที่เป็น

onion

หอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่สับ 1/2 ถ้วยตวง เคี่ยวกับน้ำ 1 1/2 ถ้วยตวง เคี่ยวจนหัวหอมเละ ซอยมันฝรั่งบาง ๆ ใส่ลงในหม้อที่เคี่ยวหัวหอมจนมันฝรั่งสุก ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย รับประทานเหมือนน้ำซุป จะแก้โรคแพ้ ผื่นคัน โรคลมพิษ ซุปมันฝรั่งนี้ มีวิตามินซี บี จะช่วยขับถ่ายพิษ และสร้างเลือดขึ้นใหม่

carrot

แครอท

แครอทเป็นพืชที่มีสีสันสดใส น่ารับประทาน ดังนั้น หลายๆคนจึงนิยมใช้แครอทไว้ประดับตกแต่งอาหาร

แครอทอุดมไปด้วยวิตามินเอซึ่งก็ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยลดความดันเลือด และยังมี

สรรพคุณทำให้อายุยืนยาว นอกจากนี้แครอทก็ยังช่วยบำรุงผิวกร้าน ทำให้กลับนุ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยรักษาอาการตาพร่า ตาฟาง ให้กลับสว่างสด

pukshe

ลูกผักชี

เป็นเครื่องเทศ ใส่ในเครื่องแกงเผ็ด ใช้ 3 เท่าของเมล็ดยี่หร่า เป็นน้ำมันหอมระเหย ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย

munkaew

มันแกว

หัว ปอกเปลือก จิ้มพริกกะเกลือ ชุ่มคอดี หรือนำมาผัดกับหมู ทำทับทิมกรอบ รับประทานกับน้ำเชื่อม หัวมันแกวเป็นยาระบายท้อง ใบมันแกวเป็นยาขับพยาธิ ใช้แก้โรคผิวหนัง

makood

มะกรูด

ใบใช้เป็นผักใส่ในแกงเผ็ด ผัดเผ็ด ปลา หมู กุ้ง เนื้อ แกงฉู่ฉี่ปลา แกงต้มส้ม ใส่ในหน้ากุ้ง ห่อหมก ฉีกใส่เป็นใบ ๆ และหั่นฝอยเพื่อดับคาว

เปลือกเป็นส่วนหนึ่งของผลมะกรูด เรียกกันว่า ผิวมะกรูด มีคุณสมบัติเป็นยา เป็นส่วนผสมของแกงเผ็ด ผัดเผ็ด ใช้ดมเวลาวิงเวียนเป็นลม ใช้เป็นยากินแก้ลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ลูกมะกรูดใช้เป็นยาสระผม ทำให้ผมดำเป็นเงา

waa

ลูกหว้า

ผลกลมยาว มีลักษณะคล้ายองุ่น สีม่วง อมดำ รสอมเปรี้ยวอมหวาน จิ้มเกลือจะมีรสหวานขึ้น ใบมีกลิ่นหอมคล้ายมะม่วง ใช้ผลทำไวน์ ทำน้ำส้มสายชู เมล็ดใช้เป็นยาแก้เบากวาน แก้ท้องร่วง

kooy

ข่อย

เป็นต้นไม้ใหญ่ กิ่งอ่อนทุบ ใช้เป็นไม้สีฟัน ทำให้ฟันแน่นทนทาน ลูกสุกรับประทานได้ ให้วิตามินซี เมล็ดเอาไปบดทำยาผสมเป็นยาอายุวัฒนะ ใบเป็นกระดาษทรายขัดพื้นไม้ ใช้ขัดปลาไหลให้หมดเมือก ใบหั่นฝอยเอามาคั่ว ชงน้ำดื่มแก้ปวดท้องประจำเดือน

oodtapit

อุตพิต

เป็นพืชหัวอยู่ใต้ดิน ใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ดอกมีกลิ่นเหม็น ก้าน ลอกผิวออก นำมาแกงส้ม ดอง มีประโยชน์ทางยา รากใช้เป็นยาพอกบำบัดริดสีดวงทวาร รับประทานกับกล้วยสุกแก้ปวดท้อง ใช้ทาแก้พิษงู

peak

พริกแห้ง

มีหลายสี สีแดงสด ส้ม แดงคล้ำ เป็นสารที่มีกลิ่นฉุน เผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหาร บำรุงธาตุ

pepper

พริกไทย

มีทั้งพริกไทยขาว และพริกไทยดำ ส่วนมากใช้สีขาว เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแกง นำมาป่น ใช้ปรุงรสอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ถ้าใส่มาก ทำให้เผ็ดและร้อน ช่วยเจริญอาหาร เป็นยากระตุ้น และบำรุงธาตุ

kar

ข่า

ใส่ในเครื่องแกงเผ็ด ผัดเผ็ด ใส่ในอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ แก้คาว ใส่ในต้มข่าไก่ ข้าวต้มปลา ลาบ ต้มเครื่องในวัว จะปอกเปลือกนอกออกหั่นเป็นชิ้น ๆ หรือซอยให้ละเอียด เป็นส่วนหนึ่งในเครื่องแกงเผ็ด ช่วยชูรสอาหาร เป็นยาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง

สรรพคุณ
ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือเหง้าแก่ โดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าเหง้าข่าประกอบได้ด้วย
น้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ ลดอาการท้องอึดท้องเฟ้อ และมีฤทธิ์ต้านเชื้อราและแบคทีเรีย

วิธีการใช้
ถ้าใช้รักษาอาการท้องอึดท้องเฟ้อ ให้นำเหง้าข่าแก่ขนาดหัวแม่มือ (น้ำหนัก 5 กรัม น้ำหนักแห้ง 2 กรัม) ทุบพอแตก ต้มกับน้ำให้เดือด แล้วนำน้ำมาดื่ม หรือจะใช้เหง้าข่าแก่ตำให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใสประมาณ 2 ถ้วยแก้ว กวนให้เข้ากันแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง นำน้ำมาดื่ม ครั้งละครึ่งถ้วยแก้ว
ส่วนการใช้เพื่อรักษาอาการโรงทางผิวหนังชนิดกลากเกลื้อนหรือลมพิษ ให้นำเหง้าข่าแก่ล้าง
ให้สะอาด ฝานเป็นแว่นบางๆ ทุบให้แตก นำไปแช่ในเหล้าขาว ทิ้งไว้หนึ่งคืน หลังจากนั้นนำมาทาที่บริเวณผิวหนังที่เป็นโดยก่อนทาต้องทำความสะอาดผิวหนัง แล้วใช้ไม้บางๆขุดให้ผิวหนังแดงๆเสร็จแล้วทายาวันละ 3-4 ครั้ง จนกว่าจะหาย ถ้าหายแล้ว ควรทาต่ออีก 7 วัน เพื่อให้เชื้อบริเวณนั้นโดนกำจัดให้หมดแต่สำหรับอาการลมพิษ จะทายาบ่อยกว่านี้ก็ได้เพื่อลดอาการคัน ส่วนผู้ป่วยโรกกลากเกลื้อน ได้มีการทำศึกษาวิจัยทางคลินิกโดยนำข่ามาเตรียมยาครีมผลปรากฏว่าครีมจากน้ำมันข่าชนิด 3 เปอร์เซ็นต์ให้ผลในการรักษา 63.63 เปอร์เซ็นต์ และได้ศึกษาความเป็นพิษของข่าทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง พบว่าไม่มีความเป็นพิษ

kamin

ขมิ้น

เป็นพืชตระกูลเดียวกับขิง ข่า กระชาย ใช้แง่ง หรือเหง้าใต้ดินเป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร ปอกเปลือกออกก่อน สีเหลืองสด ปรุงแต่งรสอาหารให้น่ารับประทาน ทำให้มองดูเป็นสีเหลืองทอง แก้คาวของเนื้อสัตว์ เป็นเครื่องปรุงใบยา มีสรรพคุณเป็นยารักษาผิว แก้ท้องอืด

ประโยชน์ของขมิ้นมีมากมายหลายหลาย ยังสามารถนำมารับประทานเพื่อรักษาโรค แต่วันนี้เราขอนำเสนอเกี่ยวกับความสวยความงาม ที่มีขมิ้นเป็นส่วนประกอบมาฝากกัน

ส่วนผสม

- ขมิ้นสด (เล็กน้อย)

- ดินสอพอง 2-3 เม็ด

- มะนาว 1 ผล

วิธีทำ

นำขมิ้นสดมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ปั่นรวมกับดินสอพองและมะนาวจนละเอียด รวมเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้เนื้อครีมข้น และเหนียว นำมาพอกกับหน้าที่สะอาดก่อนเข้านอน โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้าสดชื่นและเต่งตึงขึ้นด้วย ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ภายในเวลาไม่ถึงเดือนจะสังเกตเห็นว่าผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตได้

chaaim

ชะเอมเทศ

ใส่พวกอาหารดอง และอุตสาหกรรมท้อฟฟี่ มีสรรพคุณในทางยา ช่วยทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ ใช้แต่งรสหวานในยา ช่วยให้มีรสหวานในอาหาร สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน รับประทาน และรักษาโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล

pool

ใบพลู

ใช้รับประทานกับหมาก ใช้ใบทาปูนแดง และมียาฉุนและยาจืดรวมอยู่ด้วย ที่เป็นยาคือใบพลู มีสรรพคุณในการแก้ลมพิษที่ผิวหนัง ใช้โขลกผสมเหล้าโรง ทาตรงที่เป็นลมพิษ

karnpool

กานพลู

เป็นดอกเล็ก ๆ เป็นเครื่องเทศในแกงเผ็ด แกงมัสมั่น มีสรรพคุณในทางยา แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง แก้อาการปวดฟัน

make love

อาหารเพิ่มพลัง

โสม รากของโสมมีลักษณะคล้ายรูปร่างของมนุษย์ เชื่อกันว่าโสมรักษาโรคได้หลายชนิด และเพิ่มพลัง รากสีแดงดีกว่ารากสีเหลือง

น้ำผึ้ง เป็นทั้งยารักษาโรคและอาหารหลัก เชื่อกันว่าน้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ ชาวกรีกในสมัยโบราณเรียกว่าน้ำอมฤตของปวงเทพ

หน่อไม้ฝรั่ง มีตัวยาขับปัสสาวะ กระตุ้นต่อมทางเดินปัสสาวะ และให้พละกำลัง

ไข่ปลาคาเวียร์ จัดว่าเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงมาก ให้ความรู้สึกคึกคัก มีชีวิตชีวา รสนุ่ม กลิ่นแรง

คื่นช่าย มีฮอร์โมนเพศชาย สำหรับคนเป็นโรคความดันโลหิต และโรคหัวใจ ต้นคื่นช่าย 12 ต้น ใช้รับประทานทั้งก้านและใบ ต้มกับน้ำ 1 1/4 ถ้วยตวง นาน 30 นาที ใช้ดื่ม

หอยนางรม เชื่อกันว่าเป็นอาหารเสริมพลังเพศ ช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรักให้มีชีวิตชีวา หอยนางรมมีแคลอรี่ต่ำมาก หอย 1 ตัว จะมีแคลอรี่ 10 แคลอรี่ และไขมันเพียง 2เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก ย่อยได้ง่าย มีแร่สังกะสี วิตามินอี

ลูกพีช ชาวจีนเรียกลูกท้อ ให้วิตามินซี และธาตุเหล็ก กับวิตามินเอ และ อี

เมล็ดฟักทอง ไม่ว่าจะรับประทานแบบใดก็ตาม ต้ม คั่ว หรืออบแห้ง มีคุณสมบัติช่วยยืดชีวิตรักให้ยืนยาว มีโปรตีน และน้ำมัน มีแร่สังกะสี เชื่อว่าเป็นอาหารอายุวัฒนะประเภทหนึ่ง

วิตามินอี เชื่อกันว่าทำให้ความหนุ่มและสาวคงอยู่ได้ช่วยเสริมสร้างความเป็นหญิงและชายให้สมบูรณ์แบบ และช่วยเรียกความรู้สึกกระชุ่มกระชวยของชายให้กลับคืนมา ได้จากน้ำมันพืชที่สกัดออกมาด้วยความเย็นโดยเฉพาะน้ำมันจากเชื้อข้าวสาลี จากเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันจากเมล็ดพืชต่าง ๆ ผลไม้เปลือกแข็ง ขนมปัง ไข่ บร็อคโคลี่ และผักกาดหอม ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่น สมบูรณ์ขึ้น